คลินิกแพทย์พิชัย วางแผนครอบครัวและจำหน่ายยาทำแท้ง
หน้าแรก ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาทำแท้ง ปริมาณยาในแต่ละอายุครรภ์ การสั่งซื้อ ติดต่อเรา

 

การคุมกำเนิด


ยาคุมฉุกเฉิน เมื่อแผนการคุมกำเนิดผิดพลาด เช่น ถุงยางรั่ว ลืมกินยา เกินสองวัน นับวันผิด ฯลฯ
มีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ตั้งใจ หรือถูกข่มขืน “ยาคุมฉุกเฉิน” อาจนับเป็นทางเลือกที่ดีแต่ในกรณี
ที่นอกเหนือไปจากนี้หากทางเลือกของคุณยังคงเป็นยาคุมฉุกเฉินมีเรื่องอีกมากที่คุณต้องรู้
“ทุกวันนี้ บ้านเราต้องเผชิญกับความสูญเสียจากการทำแท้งปีละมากมายมหาศาล
ถ้าเราเอาตัวเลขการทำแท้งที่พูดกันตั้งแต่เมื่อ ๒๐ ปีก่อน ปีละ ๓ แสนคน คูณค่าใช้จ่ายคนละ ๑ หมื่นบาท
ก็เป็นเม็ดเงินถึงปีละ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้ยังไม่รวมถึงความเสี่ยงที่ผู้หญิงต้องเผชิญกับปัญหา
ความไม่ปลอดภัยจากการทำแท้ง ความบอบช้ำทางร่างกายและจิตใจที่ประเมินค่าไม่ได้ ดิฉันคิดว่าถ้าหากเรา
ให้ความรู้เรื่องวิธีการใช้ยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกต้องก็น่าจะเป็นทางออกหนึ่งของผู้หญิง
ที่ไม่พร้อมจะตั้งครรภ์และไม่ต้องการทำแท้ง” ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินเป็นยาที่มีส่วนประกอบ
เหมือนยาคุมกำเนิดแบบธรรมดาแต่มีปริมาณยามากกว่ามีสองแบบ คือ แบบฮอร์โมนเดี่ยวซึ่งมีฮอร์โมนโปรเจสติน
เพียงอย่างเดียวและแบบฮอร์โมนผสมซึ่งประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินรวมกัน
แบบฮอร์โมนเดี่ยวมีข้อดีคือ มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ซึ่งมากกว่า
แบบฮอร์โมนผสมซึ่งมีประสิทธิภาพเพียง ๗๕ เปอร์เซ็นต์และมีผลข้างเคียง (เช่น คลื่นไส้อาเจียน) น้อยกว่า
ในตลาดยาบ้านเรามีเฉพาะยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินแบบฮอร์โมนเดี่ยว อาจารย์กฤตยาอธิบายกลไก
การทำงานของยาคุมฉุกเฉินว่า “ยาคุมตัวนี้ จะเข้าไปขัดขวางการตกไข่หรือทำให้การตกไข่ช้าไปกว่าเดิม
และอาจมีผลทำให้เนื้อเยื่อของผนังมดลูกที่กำลังก่อตัวหนาขึ้นเพื่อเตรียมรับการฝังตัวของไข่อ่อนแอลง
รวมทั้งมีผลอื่น ๆที่จะไปขัดขวางการผสมระหว่างไข่กับอสุจิโดยตรง
พูดง่าย ๆว่ามันจะทำงานตั้งแต่ตัวอ่อนยังไม่เกิด ถ้าตัวอ่อนเกิดแล้วมันจะไม่ไปขัดขวางการพัฒนาของตัวอ่อนเลย

ดังนั้นยาตัวนี้จึงไม่ใช่ยาทำแท้ง” โดยทั่วไปเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่น คุมกำเนิดผิดพลาด
ถูกข่มขืน ฯลฯ ผู้ใช้จะต้องกินยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินเม็ดแรกภายใน ๗๒ ชั่วโมง หรือภายในสามวัน
และกินเม็ดที่ ๒ หลังจากนั้นอีก ๑๒ ชั่วโมง ซึ่งวิธีนี้ ได้รับการยืนยันผลจากงานวิจัย
ในหลายประเทศว่าสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ ได้ถึง ๗๕-๘๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหา ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
ก็คือ ได้มีผู้หัน มานิยมใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินแทนการคุมกำเนิดแบบปรกติ ซึ่งวิธีดังกล่าวเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์
ทั้งยังเป็นอันตรายต่อผู้ใช้มากกว่าที่สำคัญผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินมากพอ
และข้อมูลในใบกำกับยาเองก็ยังเป็นปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ จึงเกิดขึ้นตามมา
นอกจาก การกินยาเม็ด คุมกำเนิดฉุกเฉินแล้ววิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินอีกแบบหนึ่งที่ใช้ได้
เมื่อถึงคราวจำเป็น คือ การกินยาคุม แบบธรรมดา แต่เพิ่มปริมาณมากขึ้น อาจารย์รวงทิพย์ ธัญพิสิฐ
จากภาควิชาเภสัชศาสตร์สังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอธิบายถึงวิธีกินยาแบบนี้ว่า “ตามปรกติ ยาคุมแบบธรรมดา
จะมีฮอร์โมนอยู่ในระดับต่ำแต่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้โดยต้องกินทุกวัน ถ้าต้องการกินเพื่อคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน
จะต้องเพิ่มปริมาณยาเป็นสองหรือสามเม็ดเพื่อให้ปริมาณฮอร์โมนสูงเท่า ๆ กับยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียวแต่ผู้ใช้ยาควรศึกษาให้ดี
ก่อนเพิ่มปริมาณยาเพราะยาคุมแบบธรรมดาแต่ละยี่ห้อมีปริมาณฮอร์โมนในยาแต่ละเม็ดไม่เท่ากัน” ปัญหาที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือ
จำนวนผู้ใช้ยาผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ได้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากงานวิจัย ของ สงวน ลือเกียรติบัณฑิต
ซึ่งทำการสอบถาม ผู้ใช้ยา จำนวน ๖๐ คน พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ใช้ยาเฉลี่ย เดือนละ ๓.๖ เม็ด ซึ่งแสดงว่ากลุ่มตัวอย่าง
ใช้ยาอยู่เป็นประจำไม่ได้ใช้ในกรณีฉุกเฉินตามที่ควรจะเป็น นายแพทย์มงคล ณ สงขลา กล่าวถึงสถานการณ์การใช้ยาคุมฉุกเฉิน
ในปัจจุบันว่า “เพื่อนหลายคน ที่เปิดร้านขายยาเล่าให้ฟังว่า ทุกวันนี้มีคนใช้ยาตัวนี้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น
ที่น่าตกใจก็คือคนซื้อกลับเป็นผู้ชายซึ่งไม่ใช่คนกินส่วนผู้หญิงซึ่งเป็นคนกินกลับไม่ได้ซื้อ” สาเหตุหนึ่งที่ผู้ชายจำนวนมาก
หันมาซื้อยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินให้คู่นอนของตนมาจากทัศนคติไม่ดีเกี่ยวกับถุงยางอนามัยที่ว่า

“ใช้แล้วไม่เป็นธรรมชาติ” หรือ “ถุงยาง เหมาะสำหรับโสเภณี” บ้างก็อ้างว่าถุงยางอนามัย
เป็นสัญลักษณ์ของความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันแต่จากประสบการณ์ของอดีตนักเที่ยวซึ่งเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ด้วย
พบว่า เหตุผลหนึ่งที่ผู้ชายนิยมใช้วิธีนี้ก็คือสะดวกดี ผลจากทัศนคติดังกล่าวผู้หญิงจึงตกอยู่ในอันตราย
โดยไม่รู้ตัวเพราะการกินยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินบ่อยครั้งทำให้ผู้หญิงได้รับฮอร์โมนบางตัวสูงเกินไป
ซึ่งก่อให้เกิดผลข้างเคียงมากมายและการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ยังทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์
ง่ายขึ้นด้วยผู้เข้าร่วมสัมมนาท่านหนึ่งเล่าประสบการณ์ จากการทำงานกับกลุ่มผู้ใช้แรงงานในโรงงานให้ฟังว่า
“เดี๋ยวนี้ แฟชั่นยอดฮิตของผู้ชายในโรงงานคือพกยาคุมฉุกเฉิน ติดกระเป๋าตลอดเวลา เขาบอกว่าเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นได้
โดยไม่คาดฝันไม่เลือกสถานที่และไม่เลือกเวลา ดิฉันถามเขาว่า เวลาให้ผู้หญิงกินพูดว่าอย่างไรเขาบอกว่า
จะอ้างว่าเป็นยาบำรุงพอให้กินบ่อยครั้งผู้หญิงเริ่มสงสัยก็เปลี่ยนเป็น ใช้วิธีอื่นแทน” จากกลุ่มศึกษาปัญหายา
กล่าวถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้ยาว่า “งานวิจัย เมื่อปีที่แล้ว ได้ผลออกมาว่า ยาตัวนี้มีผลข้างเคียงมากมาย
ทั้งคลื่นไส้อาเจียน ปวดหัว ประจำเดือนมามากหรือน้อยเกินไป ซึม ง่วง ท้องเสีย ทั้งยังพบว่า มีอัตราเสี่ยง
ที่จะเกิดมะเร็งเต้านมด้วย ผู้หญิงที่กินยาตัวนี้มากเกินไปอาจเป็นอันตราย
อย่างคาดไม่ถึงเพราะยาตัวนี้ผลิตขึ้นมา สำหรับกรณีฉุกเฉินไม่ใช่สำหรับใช้เป็นประจำ″

แนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเม็ดยาคุมกำเนิดฉุกเฉินว่าควรเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
แก้ไขใบกำกับยาให้ถูกต้องโดยเร็วที่สุดและองค์กรต่าง ๆทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวง สาธารณสุข
องค์กรพัฒนาเอกชน ร้านขายยา และสื่อมวลชน จะต้องช่วยกัน เผยแพร่ข้อมูล ที่ถูกต้อง สู่ประชาชน
เพื่อลดอันตรายจากการใช้ยาพร่ำเพรื่อรวมทั้งเผยแพร่ยานี้ให้เป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้หญิง
ที่ไม่พร้อมตั้งครรภ์แต่อยู่ในกรณีฉุกเฉินจริง ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประมาณยากับอายุครรภ์

Copyright © 2004 - 2019 โดยนายแพทย์พิชัย Powered By www.doctorpichai.com Allright Reserved.

ยาสอด ยาทำแท้ง ยาขับเลือด ยาเหน็บ ru486 ไซโตเทค cytotec ทำแท้ง เอาเด็กออก ยาขับประจำเดือน ที่ทำแท้ง คลินิกทำแท้ง สถานที่ทำแท้ง